4 เหตุผล ที่ ABS ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทและผู้สอบบัญชี ให้ประเมิน ECL ตาม TFRS 9


เหตุผลที่บริษัท ABS ได้รับความไว้วางใจจากผู้สอบบัญชีให้ประเมิน ECL ตามหลัก TFRS 9

TFRS 9 เป็นมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ว่าด้วยเรื่องของ เครื่องมือทางการเงิน (Financial Instrument) ที่เริ่มนำมาปฏิบัติใช้ในประเทศไทยเมื่อ วันที่ 1 มกราคม 2563 โดยกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจาก TFRS 9 คือกลุ่มกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (PAEs) เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทประกัน และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น


การเปลี่ยนแปลงที่ทุกบริษัทต้องปรับตัว และเตรียมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่องบการเงินนั้น ส่วนหนึ่ง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงวิธีการด้อยค่าของเครื่องมือทางการเงิน จากเดิมที่ต้องรอให้มีข้อบ่งชี้เกิดขึ้นก่อน จึงจะเริ่มตั้งสำรอง ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance) กลายเป็นการด้อยค่าแบบต้องพิจารณาความเสี่ยงด้านเครดิตตั้งแต่วันแรกที่รับรู้รายการ โดยที่ไม่ต้องรอให้เกิดข้อบ่งชี้ เรียกว่า การประเมินผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) ซึ่งต้องมีการพิจารณา Forward–looking View ด้วย


ทีมงาน ABS นำโดยอาจารย์ทอมมี่ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมการเงิน มีประสบการณ์ในการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ และการประเมิน ECL ตามมาตรฐาน TFRS 9 กว่า 300 บริษัท ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท และผู้สอบบัญชี


1. สมมติฐานที่มีความละเอียด สมเหตุสมผล และสะท้อนความเสี่ยงที่เหมาะสมกับบริษัท

สมมติฐานที่ใช้ในการประเมิน ECL ทั้ง ความน่าจะเป็นของการผิดนัดชำระ (Probability of Default: PD) และ อัตราการได้รับชำระคืนภายหลังเกิดการผิดนัดชำระ (Recovery Rate) ที่ประเมินโดย ABS จะพิจารณาจากข้อมูลลูกหนี้คงค้างของ กิจการย้อนหลังไปเป็นรายเดือน ซึ่งเป็นการศึกษาพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกหนี้ของเฉพาะบริษัทนั้น ๆ ทำให้สามารถ สะท้อนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ใกล้เคียงกับประสบการณ์ที่บริษัทเคยผ่านมา ECL ที่ประเมินได้จึงมีความเหมาะสมและ แม่นยำ สอดคล้องกับความเสี่ยงที่บริษัทกำลังเผชิญ ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้


2. Forward–looking View ที่ส่งผลกระทบต่อ PD

แบบจำลองของ ABS มีการศึกษาปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาค (MEV) อาทิ GDP, CPI, Unemployment Rate, NPLs

เป็นต้น โดยนำสถิติของตัวแปรดังกล่าวมาหาความสัมพันธ์กับ PD ผ่านวิธีการทางสถิติต่าง ๆ เพื่อให้ทราบถึงผลกระทบที่

เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน และคาดการณ์ไปถึงอนาคตอันใกล้ ทำให้ Forward–looking View ที่ได้ จะมีหลักการ

ทางสถิติรองรับ และส่งผลให้สมมติฐานที่ใช้ในการประเมิน ECL มีความเหมาะสมกับบริษัท


3. Sensitivity Analysis หรือ การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของสมมติฐาน

การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของสมมติฐาน เช่น วิธีการถัวเฉลี่ย วิธีการเลือกจุด Ultimate Aging Duration ที่ยาวนานขึ้น และสั้นลง เป็นต้น โดยการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของสมมติฐาน จะทำให้ผลลัพธ์ของการประเมิน มีความครอบคลุมสถานการณ์ในช่วงที่มีโอกาสเกิดขึ้นอย่างสมเหตุสมผล บริษัทสามารถเลือกใช้ผลลัพธ์ให้เหมาะสมตามดุลยพินิจของผู้บริหารได้


4. ความสะดวก รวดเร็ว ในการติดต่อคณะที่ปรึกษาเพื่อสอบถามข้อสงสัย

คณะที่ปรึกษาของทาง ABS มีความยินดีที่จะให้คำปรึกษาและตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับสมมติฐานและผลลัพธ์การประเมินให้แก่

ทางบริษัท และผู้สอบบัญชี อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถออกรายงานและจัดทำงบการเงินได้แล้วเสร็จตามกำหนด

 

เขียนโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)


ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น

 

สนใจประเมิน TFRS 9 ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ประสบการณ์ยาวนานและประเมินจริงกว่า 300 บริษัท ด้วยความคุ้มค่าเกินราคา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณศุภิชา (087-100-7199) หรือ อาจารย์ทอมมี่ (082-899-7979)


ตัวอย่างรายชื่อลูกค้า (Our Clients) สามารถดูตัวอย่างเสียงตอบรับจากผู้ใช้บริการการประเมินของเราได้ที่ www.TFRS9consulting.com/clients

ดู 268 ครั้ง