การคำนวณผลประโยชน์พนักงาน สมมติฐานอัตราการหมุนเวียนพนักงาน และ TAS19
- 26 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 1 เม.ย.

การวิเคราะห์อัตราการหมุนเวียนพนักงาน เป็นสิ่งที่หลายบริษัทนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการวางแผนและบริหารกำลังคน ไม่เพียงแต่ในด้านทรัพยากรบุคคล เช่น การวางแผนสรรหา การพัฒนาพนักงาน และการจัดการต้นทุนแรงงาน แต่ยังส่งผลต่อการคำนวณผลประโยชน์พนักงานอีกด้วย ดังนั้น การกำหนดสมมติฐานอัตราการหมุนเวียนพนักงานอย่างถูกต้องตามหลัก จึงมีผลต่อความถูกต้องตามมาตรฐานบัญชี TAS19 และความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
สมมติฐานอัตราการหมุนเวียนพนักงาน คือ
ตามกฎหมายแรงงานไทย สิทธิในการได้รับเงินชดเชยกรณีเกษียณอายุเป็นผลประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับก็ต่อเมื่อทำงานอยู่กับนายจ้างจนครบอายุเกษียณเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า หากพนักงานลาออกก่อนถึงอายุเกษียณ จะไม่ได้รับเงินก้อนดังกล่าวเลย ดังนั้น ในการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน จึงจำเป็นต้องนำความน่าจะเป็นที่พนักงานจะอยู่ทำงานต่อจนถึงอายุเกษียณเข้ามาพิจารณาผ่านสมมติฐานอัตราการหมุนเวียนพนักงาน
สมมติฐานนี้สะท้อนพฤติกรรมการลาออกของพนักงานในแต่ละช่วงอายุ หากคาดการณ์ว่าบริษัทมีอัตราการลาออกสูง ก็ย่อมหมายความว่าพนักงานจำนวนมากจะไม่อยู่ถึงอายุเกษียณ และจะไม่ได้รับสิทธิผลประโยชน์ตามกฎหมาย ส่งผลให้ภาระหนี้สินผลประโยชน์พนักงานที่ต้องตั้งสำรองมีแนวโน้มต่ำลง ในทางตรงกันข้าม หากอัตราการหมุนเวียนต่ำ แปลว่าพนักงานส่วนใหญ่มีโอกาสอยู่จนถึงเกษียณมากขึ้น และทำให้เงินสำรองที่ต้องรับรู้สูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การตั้งสมมติฐานอัตราการหมุนเวียนพนักงานจึงต้องสะท้อนโครงสร้างแรงงานและพฤติกรรมการลาออกที่แท้จริงของบริษัทอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้การตั้งเงินสำรองต่ำหรือสูงเกินความเป็นจริง
สิ่งที่ควรคำนึงถึง
หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง คือ ช่วงอายุของพนักงาน เพราะตามปกติ พนักงานที่อายุน้อยจะมีแนวโน้มออกงานด้วยปัจจัยต่างๆ ซึ่งสูงกว่าพนักงานที่อายุมาก พนักงานที่อายุน้อยมักอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง มีแรงขับเคลื่อนในการเติบโต เปลี่ยนงานเพื่อหาค่าตอบแทนหรือโอกาสที่ดีกว่า ขณะที่พนักงานวัยกลางคนหรือใกล้เกษียณมักต้องการความมั่นคง และมักอยู่กับองค์กรนานขึ้น การกำหนดสมมติฐานอัตราการหมุนเวียนพนักงานจึงควรพิจารณาแยกตามช่วงอายุ โดยช่วงอายุน้อยมักมีอัตราหมุนเวียนสูงกว่า และจะค่อย ๆ ลดลงในกลุ่มพนักงานที่มีอายุเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผลการคำนวณผลประโยชน์พนักงานสอดคล้องกับความเป็นจริง
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญและมักพบได้บ่อย คือ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลสถิติ ที่ใช้ในการตั้งสมมติฐานอัตราการหมุนเวียนพนักงาน การวิเคราะห์ที่แม่นยำจำเป็นต้องอ้างอิงจากข้อมูลพนักงานที่มีขนาดกลุ่มตัวอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในหลายองค์กร โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กหรือองค์กรที่มีจำนวนพนักงานไม่มาก ข้อมูลที่ได้อาจไม่สะท้อนแนวโน้มที่แท้จริง
หากกำลังค้นหาผู้เชี่ยวชาญในการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน เพื่อให้มั่นใจในผลการคำนวณ สามารถติดต่อบริษัท ABS ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานบัญชีฉบับที่ 19 (TAS19) ชั้นแนวหน้าของประเทศ เพื่อให้ช่วยเข้ามาดูแลด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานให้แก่องค์กรของคุณได้ โดย ABS มีประสบการณ์ในด้านนี้มายาวนาน และให้คำปรึกษามาแล้วกว่า 2,000 บริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ นำโดยอาจารย์ทอมมี่ ผู้คร่ำหวอดในวงการคณิตศาสตร์ประกันภัยมากกว่า 25 ปี
เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)
FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)
อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19
ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น




ความคิดเห็น